ลูกโป่งสวรรค์หรือนรก

เรื่องโดย ดร.ทัศชา ทรัพย์มีชัย

          ลูกโป่งสีสันสวยงามที่ทุกคนต่างเห็นกันจนชินตาตามงานเทศกาลแห่งความสุขต่าง ๆ ซึ่ง “ลูกโป่งเหล่านั้นลอยได้อย่างไร” เชื่อว่าคงเป็นคำถามที่เคยเกิดขึ้นในใจใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในตอนเด็กหรือตอนเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม แต่ทราบหรือไม่ว่าลูกโป่งแสนสวยเหล่านี้มีอันตรายแอบแฝงไว้อย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง ดังที่ได้เคยเห็นจากข่าวหลาย ๆ ข่าวที่ผ่านมา วันนี้ PETROMAT มีคำอธิบายที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลอยได้ของลูกโป่ง และอันตรายที่ควรต้องระวังเกี่ยวกับลูกโป่งเหล่านี้มาฝากกันค่ะ


ที่มา www.thairath.co.th วันที่ 25 เม.ย. 61

ที่มา www.thairath.co.th วันที่ 25 เม.ย. 61


ที่มา www.thairath.co.th วันที่ 2 ม.ค. 62

ที่มา www.sanook.com วันที่ 12 ม.ค. 62

          ลูกโป่งแต่ละลูกจะพองโตสวยงามได้ต้องอาศัยการบรรจุแก๊สเข้าไป ซึ่งแก๊สต่างชนิดกัน การลอยได้และความอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ลูกโป่งที่เป่าจากปาก

          การเป่าพ่นเอาอากาศจากปากเป็นวิธีการทั่วไป แต่นั่นไม่สามารถทำให้ลูกโป่งลอยได้ เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ออกมาจากลมหายใจของเรานั้น ล้วนมีน้ำหนักมากกว่าอากาศทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน ไนโตรเจน ไอน้ำ และน้ำลาย เป็นต้น พอลูกโป่งหนักกว่าอากาศจึงถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงที่ต่ำอย่างที่เห็น ต่างจากลูกโป่งสวรรค์ตามงานวัดที่ลอยได้ และเผลอหลุดมือเมื่อไหร่ จะลอยหายวับไปกับตาทุกที

ลูกโป่งสวรรค์ลอยได้อย่างไร

          ลูกโป่งสวรรค์ในประเทศไทยจะนิยมบรรจุแก๊ส 2 แบบ คือ แก๊สไฮโดรเจน (H2) และแก๊สฮีเลียม (He) ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอากาศและทำให้ลูกโป่งสามารถลอยขึ้นบนอากาศได้ แม้แก๊สทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีคุณสมบัติที่คล้ายกันคือเบากว่าอากาศ แต่ยังมีคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ที่แตกต่างกันและต้องให้ความสำคัญอย่างมากก่อนนำมาใช้ทำลูกโป่งสวรรค์

ความต่างที่ไม่อาจมองข้าม

          แก๊สฮีเลียม (He) : มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศจึงทำให้ลูกโป่งลอยได้ ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่ไวไฟและเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยาอย่างมาก แต่มีข้อเสียตรงที่มีราคาที่สูง ดังนั้นเวลาจะใช้ลูกโป่งสวรรค์ ควรคำนึงถึงการใช้งาน และควรคำนึงถึงเรื่องอันตรายเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในงานกิจกรรมที่มีคนร่วมงานจำนวนมาก ควรใช้แก๊สฮีเลียมเป็นหลัก โดยเฉพาะลูกโป่งที่รวบเป็นพวงใหญ่ไว้ด้วยกันเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอัคคีภัย และช่วยลดความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้

          แก๊สไฮโดรเจน (H2) : มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศจึงทำให้ลูกโป่งลอยได้เช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่แก๊สชนิดนี้เป็นแก๊สไวไฟ คือ เมื่อมีการจุดไฟ หรือมีประกายไฟ แก๊สจะสามารถลุกติดไฟ และสามารถขยายออกให้เป็นลูกไฟหรืออาจลุกติดไฟลามต่อไปได้ หากลูกโป่งลูกเดียวระเบิดหรือติดประกายไฟคงมีอันตรายไม่มากนัก แต่ถ้าลูกโป่งอยู่ติดกันเป็นจำนวนมากหรือติดกันเป็นพวง แล้วเกิดประกายไฟขึ้น จะทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง จนกระทั่งเกิดเป็นอันตรายได้ อย่างที่เคยได้เห็นจากข่าวหลาย ๆ ข่าวที่ผ่านมา

          เหตุการณ์ระเบิดจากลูกโป่งสวรรค์ที่มีอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากแก๊สที่บรรจุเข้าไปในลูกโป่งนั้น คือ แก๊สไฮโดรเจน ที่มีความไวไฟสูง ติดไฟง่ายเมื่อกระทบกับความร้อนหรือประกายไฟ ทำให้เกิดการระเบิดได้ แต่เนื่องจากแก๊สไฮโดรเจนมีราคาถูกกว่าฮีเลียมมากและสามารถเตรียมขึ้นได้เองจากวัสดุทั่วไปในท้องตลาด ได้แก่ อลูมิเนียม + โซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) + น้ำ ซึ่งมีปฏิกิริยาเคมีอย่างง่าย ดังนี้

2Al + 2NaOH + 6H2O → 2NaAl(OH)4 + 3H2

          จากภาพ ทำการผสมอลูมิเนียมฟอยล์และโซเดียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นเติมน้ำลงไปให้ท่วม เมื่ออลูมิเนียมทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอกไซด์จะได้ผลิตภัณฑ์คือแก๊สไฮโดรเจน

          ทั้งนี้ เหตุการณ์ลูกโป่งระเบิดเคยเป็นข่าวดังมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมออกกฎหมายห้ามขายลูกโป่งที่บรรจุแก๊สไฮโดรเจน โดยก่อนหน้านี้ สคบ. ได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากฉบับที่ 30 (พ.ศ. 2553) เรื่อง ให้ลูกโป่งบรรจุก๊าซไฮโดรเจนเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 2) โดยกำหนดให้ผู้ขายติดคำเตือน “ห้ามนำเข้าใกล้เปลวไฟหรือความร้อน” ขนาดตัวหนังสือในคำเตือนต้องไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร ซึ่งประกาศนี้อาจยังควบคุมได้ไม่เต็มที่ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องออกกฎหมายมาควบคุมเข้มงวด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะเด็ก

          อย่างไรก็ตาม วิธีการสังเกตระหว่างแก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียม ไม่สามารถสังเกตได้ชัดจากภายนอก นอกจากต้องทำการทดลองโดยการลนด้วยเปลวไฟ หากเป็นลูกโป่งที่บรรจุแก๊สฮีเลียม เมื่อสัมผัสเปลวไฟ ลูกโป่งจะแตกแต่ไม่มีไฟลุก แต่หากเป็นลูกโป่งที่บรรจุด้วยแก๊สไฮโดรเจน เมื่อสัมผัสเปลวไฟ จะลุกติดไฟทันที ดังนั้น การสังเกตความแตกต่างของลูกโป่งทั้งสองชนิดนี้อาจดูที่ราคาเป็นหลัก หากเป็นแก๊สฮีเลียมราคาจะแพงกว่ามาก ทั้งนี้ หากต้องการใช้งานลูกโป่งในสถานที่ซึ่งมีแสงไฟมาก เช่น การจัดตกแต่งงานเลี้ยง งานฉลองต่าง ๆ PETROMAT ขอแนะนำ 3 วิธีเพื่อลดความเสี่ยงได้รับอันตรายจากลูกโป่งแตก ดังนี้

  1. ควรเลือกลูกโป่งที่บรรจุด้วยแก๊สฮีเลียม ถึงแม้จะมีราคาที่แพงกว่าแต่ปลอดภัยกว่าเช่นกัน เนื่องจากเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ติดไฟ และเกิดการรั่วซึมยาก
  2. ไม่ควรเก็บลูกโป่งที่อัดแก๊สไว้ภายในรถ ในที่อุณหภูมิสูง กลางแดด ใกล้หลอดไฟ ใกล้เปลวไฟ หรือความร้อน
  3. ไม่ควรนำลูกโป่งมามัดรวมกันหลายลูก เพราะอาจทำให้เกิดการเสียดสีและทำให้ระเบิดได้

ในโอกาสนี้ ขอเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้จัดงาน หากประดับตกแต่งลูกโป่งภายในงานต่าง ๆ จะต้องจัดวางไว้ให้พ้นจากมือเด็ก ถ้าลูกโป่งแตกควรเก็บเศษไปทิ้งถังขยะทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหยิบเศษลูกโป่งมาอมหรือกัดเล่น เพราะอาจลื่นเข้าไปในลำคอจนอุดทางเดินหายใจได้ ทั้งนี้ การนำลูกโป่งสวรรค์มาใช้ในงานต่าง ๆ หากมีการปล่อยขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อแก๊สหมดลูกโป่งก็จะตกลงมากลายเป็นขยะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • www.scimath.org สืบค้นวันที่ 18 เม.ย. 2562
  • www.chemicalaid.com สืบค้นวันที่ 18 เม.ย. 2562
  • www.wikihow.com สืบค้นวันที่ 19 เม.ย. 2562